Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

สวัสดิภาพของสัตว์.. คือ สวัสดิภาพของคน..       

 

หลักการและเหตุผล

 
      แม้ว่าวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจะมีมากว่า 100
ปีมา แล้วแต่ในหลายๆประเทศที่กำลังพัฒนาการควบคุม
โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศเหล่านี้กลับไม่ประสพผลสำเร็จ
ทำให้สูญเสียงบประมาณไปในการฉีดวัคซีนป้องกันและ
รักษาผู้ที่ถูกสุนัขกัดปีหนึ่งเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิด
การสูญเสียชีวิตและสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
ในจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตทั่วโลกนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นของ
ประเทศอินเดีย จึงทำให้อินเดียมีการศึกษาถึงการแก้ปัญหา
อย่างจริงจัง โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก และองค์กรป้องกัน
การทารุณกรรมสัตว์โลก และองค์กรกุศลต่างๆ
 
จากรายงานในอินเดีย การศึกษาย้อนหลังไประยะ 60 ปี
(ค.ศ 1939-1999) แม้ว่าจะมีการฆ่าสุนัขไปกว่า 25 ล้านตัว
หรือประมาณ 160 ตัว/วัน ปรากฏว่าจำนวนสุนัขกลับเพิ่มขึ้น
มีผู้ถูกสุนัขกัดเพิ่มขึ้น ผู้ตายจากโรคพิษสุนัขบ้าก็ไม่ได้
ลดลงเลยแต่กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากทุกครั้งที่มี
การกำจัดสุนัขออกไปจากบริเวณนั้นก็จะมีสุนัขจรจัดกลุ่มใหม่
เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ ดังรายงานว่าเมื่อถูกกำจัดออกไป 2 ตัว
หลังจากนั้นจะมีการแทนที่และแพร่พันธุ์อีกเป็น 15 ตัวในเวลา
ต่อมาไม่นาน ในประเทศจีนหรือประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ
ซึ่งใช้วิธีการหรือมีนโยบายเดียวกัน การควบคุม

 

  โรคพิษสุนัขบ้าจึงไม่ประสพผลสำเร็จ ดังนั้นกำจัดสุนัขทิ้งจึงไม่ใช่ทางออก
  ของการแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าตราบใดที่ยังมีแหล่งขยะ เศษอาหาร
  ซึ่งเป็นบ่อเกิดให้สุนัขจรจัดเหล่านี้มีชีวิตและมีการแพร่พันธุ์ต่อไป
   
   
   
นอกจากนี้การกำจัดด้วยวิธีการฆ่า ใช้ยาเบื่อ ยิง
หรือใช้ไฟฟ้าช๊อต (electrocution) ยังเป็นวิธีการที่ทารุณและ
ไม่เป็นที่ยอมรับในอารยประเทศ
ทางองค์การอนามัยโลก (WHO 1996, 2004)ได้
เสนอวิธีการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าโดยทำหมันเพื่อควบคุม
ประชากรสุนัข เรียกโครงการนี้ว่า "ABC/ARV program (animal
birth control/anti rabies vaccination)" โดยสรุปว่าการทำหมันและ
นำสุนัขคืนสู่ถิ่นเดิมเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ
ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าและควบคุมประชากรสุนัข
 

 

สำหรับในประเทศไทยสุนัขที่ถูกทอดทิ้งจนกลายเป็น  
สุนัขจรจัดอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ กำลังเป็นปัญหาที่นับวันจะ
ทวีคูณ มีความซับซ้อน และแก้ยากขึ้นทุกที ที่ผ่านมา
การแก้ปัญหาโดยการกำจัดสุนัขด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น
การฆ่า เบื่อทิ้ง และส่งให้ตลาดค้าเนื้อ ยังเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่
ทั่วไป นอกจากจะมีการพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถแก้ปัญหา
สุนัขจรจัดได้ และยังก่อให้เกิดภาพพจน์ที่น่ารังเกียจและ
ดูถูกในสายตาของชาวต่างชาติ
ในกรุงเทพมหานคร ปัญหาของสุนัขจรจัดอยู่
ในขั้นวิกฤต การนำสุนัขออกจากพื้นที่ไปเลี้ยงรวมกันเป็น
  จำนวนมาก ย่อมสูญเสียงบประมาณมหาศาลไปกับค่าอาหารเลี้ยงดู และยังมี
  ข่าวคราวว่าสุนัขเหล่านี้ อยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมเป็นที่สังเวช จนกระทั่งเมื่อ
  ไม่นานมานี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งองค์กรพิทักษ์สัตว์ได้เริ่มนำวิธีการของ
  องค์กรอนามัยโลกมาใช้ ร่วมกับพระราชบัญญัติของกทม.เพื่อจัดระเบียบสุนัข
ทั้งจรจัดและสุนัขที่มีเจ้าของอย่างจริงจัง ได้มีการทำหมันภาคสนามและปล่อย
สุนัขกลับคืนถิ่นเดิม

ปัญหาสุนัขจรจัดของเมืองเชียงใหม่

สำหรับในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และสำคัญรอง
จากกรุงเทพมหานคร การขยายตัวของเมือง ปัญหาขยะ และ
แหล่งชุมชนที่หนาแน่น ทำให้เกิดปัญหาสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้นตาม
แหล่งต่าง ๆ และเนื่องจากเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว
ภาพของสุนัขเร่ร่อน เป็นขี้เรื้อน เจ็บป่วย บาดเจ็บ ถูกรถทับตาย
ตามท้องถนน ปัญหาสุนัขจรจัดซึ่งก่อความรบกวนแก่นักท่อง-
เที่ยวสร้างความสกปรกหรือแพร่โรค รวมทั้งการแก้ปัญหาโดย
ใช้ยาเบื่อ จับขังกรง ขายสู่ตลาดเนื้อสุนัข ย่อมไม่ใช่ภาพ-
ลักษณ์ของการแก้ปัญหาที่ยอมรับในทางสากล
 

 

ในสายตาของชาวโลกและคนไทยด้วยกันต่างทราบกันดี
ว่าชาวเชียงใหม่เป็นผู้มีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ แต่อาจ
ด้วยความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาพสังคม
ปัจจุบัน จึงปล่อยปละละเลย หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก่อให้
เกิดเหตุการณ์ แก้ปัญหาหรือการกระทำอันเป็นการทารุณต่อ
สัตว์ประเภทต่าง ๆ ตามความเคยชินในอดีต
จากการออกทำงานของกลุ่มล้านนามากว่า 4 ปีในพื้นที่
ของเชียงใหม่ สามารถรวบรวมปัญหาสุนัขจรจัดที่เกิดขึ้น
  ดังนี้
 


1. หน่วยงานต่างๆ แม้แต่ของรัฐเองรวมทั้งชุมชนยังคงแก้ปัญหาสุนัข
          โดย ฆ่าทิ้ง ใช้ยาเบื่อ หรือนำไปปล่อยวัด ตลาด โรงเรียน ซึ่งเป็นการ
          ย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง
 
2. มีความเข้าใจผิดว่าเมื่อกำจัดสุนัขออกไปแล้วจะสามารถแก้ปัญหาได้
          โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้
          มีการฆ่าหรือใช้ยาเบื่อ เพื่อกำจัดเป็นระยะ ๆ เมื่อมีสุนัขเพิ่มขึ้น
 
3. ชาวบ้านเป็นจำนวนมากต้องการทำหมันสัตว์เลี้ยงของตนเอง
          แต่ค่าทำหมันตามคลินิกหรือแม้ของรัฐเองซึ่งอยู่ระหว่าง 800-
          1,500 บาท/ตัว เป็นภาระหนักเกินกว่าที่ชาวบ้านจะเข้าไปใช้
          บริการนี้จึงปล่อยปะละเลย เมื่อมีลูกก็นำไปปล่อยจนกลายเป็น
          สุนัขจรจัดหรือทิ้งตามวัดให้เป็นภาระของวัด
 
4. สุนัขจรจัดมักจะหวาดระแวง ไม่สามารถเข้าถึงตัวหรือยอมให้จับ
          ทำให้สุนัขเหล่านี้แพร่พันธ์อย่างรวดเร็ว และไม่สามารถที่จะฉีด
         วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและทำหมันเพื่อควบคุมประชากร
         ได้ สุนัขเหล่านี้มักจะมีผู้ให้อาหารประจำ แต่ไม่ยอมให้เข้าใกล้
 
5. สุนัขจรจัดเหล่านี้มักจะมีสุขภาพไม่ดี เป็นขี้เรื้อน จึงเป็นที่รังเกียจ
 
 
ถูกไล่ทุบตี จึงเกิดความ

             ก้าวร้าว และหวาดระแวง สร้างปัญหากัดคน หวงลูก ต่อสู้แย่งตัวเมีย

          

                  โครงการ ABC/ARV program ตามข้อแนะขององค์การอนามัยโลก
          จะถูกนำมาใช้ในโครงการ “เปลี่ยนสุนัขจรจัดให้เป็นสุนัขชุมชน”
          โดยเน้นการทำหมันสุนัขไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ หรือสุนัขจรจัด

โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ แต่หลังจากทำหมัน
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและพักฟื้นแล้ว จะนำกลับสู่ถิ่นเดิม
สุนัขจรจัดที่ได้รับการทำหมันและรักสุขภาพให้ดีแล้ว เมื่อถูกนำกลับที่เดิม
จะลดความก้าวร้าวและปกป้องชุมชนที่มันอาศัยอยู่ได้เป็นอย่างดีด้วย
          หากเราสามารถควบคุมไม่ให้สุนัขแต่ละกลุ่มขยายพันธ์ ก็จัก
         สามารถควบคุมจำนวนประชากรสุนัขที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ได้ และหาก
           ป้องกันไม่ให้มีการปล่อยเพิ่ม จำนวนสุนัขก็จะลดลงเองตามอายุขัย
                      ในทางกลับกันหากเรากำจัดสุนัขที่มีอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ก็จะมี
    กลุ่มใหม่มาแทนที่เป็นทวีคูณ ชุมชนจะต้องปรับทัศนคติใหม่โดยเห็นว่าปัญหาสุนัขจรจัดเป็นปัญหา
    ร่วมกันที่จะต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ให้ความสำคัญในชีวิตสัตว์และความเอื้ออาทรต่อสัตว์
    อันเป็นพื้นฐานจริยธรรมอันดีของสังคม
 
 
             โครงการนี้เป็น แผนการแก้ปัญหาระยะกลาง (ปีพ.ศ.2550-2551 )
    ภายใต้โครงการใหญ่ โครงการแก้ปัญหาและควบคุมจำนวนสุนัขจรจัด
    ตามวิถีแห่งพุทธในเขตเมืองเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำงาน
    เชิงรุก และเชิงรับซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนในการดำเนินงาน คือ
1. การทำงานเชิงรุก
             1.1 ก่อตั้งทีมคลินิกเคลื่อนที่มีมาตรฐานสากล
             1.2 มีคลินิกเคลื่อนที่ออกไปบริการทำหมันและฉีดวัคซีนตามชุมชนต่างๆ
 
 
2. การทำงานเชิงรับ
             2.1 มีคลินิกทำหมันที่มีมาตรฐานสากล
             2.2 มีห้องพักฟื้นหลังการรักษา (after care)
 
    ในการพักฟื้นสุนัขหลังการผ่าตัดทำหมัน จำเป็นต้องพักสุนัขไว้ 3-4 วัน
    จนกว่าแผลจะปิดสนิท ก่อนที่จะถูกนำกลับไปอยู่ในสถานที่เดิม
   
  "คลินิกทำหมันเคลื่อนที่ มีเป้าหมาย
  ที่จะสร้างทีมทำหมันที่ได้มาตรฐานสากล
  และเป็นต้นแบบที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ
  ได้นำไปใช้เพื่อให้ความปลอดภัย"
   
 


 

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. เชียงใหม่เป็นตัวอย่างแห่งแรกในประเทศไทยที่มีคลินิกทำหมันสัตว์
          เคลื่อนที่ที่มีมาตรฐานสากลและเป็นต้นแบบให้หน่วยงานต่าง ๆ
 
2. เชียงใหม่มีภาพลักษณ์ของการจัดการปัญหาที่เป็นเอกลักษณ์
          เหมาะกับวัฒนธรรมและพื้นฐานที่อ่อนโยนของคนเชียงใหม่
 
3. เชียงใหม่มีจำนวนสุนัขที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีย่อมไม่สร้างปัญหาตามมา
4. ปลอดหรือลดจำนวนโรคพิษสุนัขบ้าในเชียงใหม่  
 
5. ประหยัดงบประมาณทั้งในด้านการดูแลสัตว์และสูญเสียค่ารักษา
          พยาบาลอันเนื่องมาจากถูกสุนัขกัด แต่ละปีซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก
          
6. เชียงใหม่เป็นตัวอย่างแห่งแรกในประเทศไทยที่มีคลินิกทำหมัน-
          สัตว์เคลื่อนที่ที่มีมาตรฐานสากลและเป็นต้นแบบให้หน่วยงานต่าง ๆ
          
7. เชียงใหม่มีภาพลักษณ์ของการจัดการปัญหาที่เป็นเอกลักษณ์
          เหมาะกับวัฒนธรรมและพื้นฐานที่อ่อนโยนของคนเชียงใหม่  
 
8. เชียงใหม่มีจำนวนสุนัขที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีย่อมไม่สร้างปัญหาตามมา
             
9. ปลอดหรือลดจำนวนโรคพิษสุนัขบ้าในเชียงใหม่  
   
10. ประหยัดงบประมาณทั้งในด้านการดูแลสัตว์และสูญเสียค่ารักษา  
                        พยาบาลอันเนื่องมาจากถูกสุนัขกัดแต่ละปี  
                        ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก